สุข .... ให้ได้ ให้มี
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน หรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ ข้อความ ในไดอารี่แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

(เอเอฟ กำลังคุกคามเจ่เจ๊...........พักนี้ พรีมแปลงร่างเป็นเช่นนี้ทุกคืน)
อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นอาทิตย์สิ้นเดือน
ทำงานจนเกือบจะสิ้นลม......หึ หึ แบบต่อลมวันต่อวัน (ขนาดนั้นเชียวรึ)
ฝนเอย ก็ตกจัง...... ทำไงได้ ก็หน้าฝนแล้วนี่นา ชิมิ
เมื่อวันพฤหัส ได้รับสายจากนาดาคนสวย เรียกไปกินข้าวกันที่มิซาโตะกันศุกร์นี้ ... แม่เปิ้ลมา
ว๊าววว ได้เจอเจนนี่ กับ ดอนนี่ด้วย ไปสิ
วันรุ่งขึ้น ดันมีเทรนตอนบ่ายโมงครึ่ง
กว่าจะออกจากออฟฟิศก็เที่ยงกว่า แว่ปได้แป๊บเดียวเองอ่ะ T_T
เจอพี่ไก่แม่น้องสมาร์ท ติ๊กแม่น้องปาล์มมี่ นาดาคนสวยของเจ้าทิมมี่ ชมพูของไมโลและมาร์ตี้
แล้วก็แม่เปิ้ล กับ คุณยาย.........
คุยกันฉันแม่ๆ แลกเปลี่ยนทัศนะคติความคิดเห็นและสารทุกข์สุขดิบกัน
แจ้นกลับออฟฟิศเกือบไม่ทัน เลทไป 10 นาที ฮ่า

(มีนตเป็นผู้ชมติดขอบ สุดๆ)
ได้ซีร๊อกซ์มา 2 เล่มใหญ่ เรื่องเกี่ยวกับ Attention Deficit Disorder-ADD
เค้าบอกว่าให้อ่านหนังสือนี้ อย่างนั่งคุยกับเพื่อนหลังกินข้าวกลางวันด้วยกัน
พูดคุยกัน รับรู้ และ เข้าใจ เพื่อเปิดมุมมอง
...................................................
(เหมือนเป็นหนึ่งเดียว ศิลปินในใจป๋ม)
เสาร์-อาทิตย์ อยู่กับสองแก้มกลม
แน่นอน วันเสาร์ เป็นวันที่แม่ปูเป็นนางซิน
ตื่นเช้ามา จัดการกับตัวเองแล้วก็ลงไปเรียกโกว์เมย์ให้มาดูหลานให้หน่อย
ก่อนออกไปซื้ออาหารเช้า และ เดินเล่นตลาดสดหน้าบ้าน
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ซื้อหมูมาหมัก จะทำสเต๊กกิน สงสัย ได้ใช้เป็นหมูทอดซะแล้ว
ซื้อโจ๊กหมูให้เด็กๆ น้ำเต้าหู้ ....... หนีบปาท่องโก๋ กับ ซาลาเปาทอดมาด้วย อยากกิน
แวะเซเว่น ซื้อขนมปังโฮลวีตด้วย จิ้มกับกาแฟ เอาบาโลน่าหมู กับไส้กรอกมาฝากพรีมอีก (เอาใจกันน่าดู)
เดินไปนึกไป กินอะไรดีน๊า
ซื้อดอกกุ้ยช่าย มาผัดหมูสับดีกว่า หมูสับอีกโลนึง แล้วก็ บะหมี่ เอามาลวกกินกับสเต๊กหมู อุ อุ
เอาหัวไช้เท้าด้วย เอาไปต้มน้ำแกง อืมมม์
หิ้วของเข้าบ้าน จัดโจ๊กใส่ชามให้เด็กๆ แล้วก็ไปกวาดพลพรรคลงมาดีกว่า
ซักเสื้อผ้าโดยเหวี่ยงเข้าเครื่อง แล้วก็ไปกินข้าวกับเด็กๆ
ยัยพรีมเหมาปาท่องโก๋อ่ะ ดีนะที่ซื้อมาแค่ 3 ตัว (ตัวเล็ก ตัวละบาท)
กินอย่างกับผู้ใหญ่เลย ฉีกใส่โจ๊ก แถมมีสั่ง พรุ่งนี้เอาแบบนี้อีกนะแม่... อ้วน นะ อ้วน เข้าใจป่าว
อิ่มอาหารเช้าแล้ว
เสื้อในเครื่องเสร็จพอดี เดินไปตากผ้า
พรีมเดินมาหา บอกว่ามีโทรศัพท์จากหยี่อี๊
ยัยกุ้งโทรมาชวนไปแฟชั่นไอซ์แลนด์.......เอ๊า ไปก็ไป พรุ่งนี้ค่อยทำงานแล้วกัน หึ หึ
แต่กว่าหยี่อี๊จะมา ทอดหมูไว้สองชิ้น ทำข้าวให้นตกินก่อนแล้วกัน ขานี้ สายง่ะ
(มีส่งยิ้มให้คนดูด้วยนะฮับ)
ดั่งคาด กว่าจะได้กินข้าวกันเกือบบ่ายสาม .......เจี๊ยกกกกกกกกก
กินเซนค่ะ อุด้งหน้ารวมของแม่ปูกะนต
หัวปลาซัลมอนนึ่งซีอิ้วของหยี่อี๊
ยากิโซบะ ข้าวห่อสาหร่ายใส้ปลาฮาราชิคลุกไข่กุ้ง และ เกี๊ยวซ่า จานกลาง
ซูชิรวมของเตี๋ยชัย และ ข้าวกุ้งเทมปูระ ของพรีม
นตกินเก่งมาก กินเส้นอุด้งไปสี่เส้นยาวได้ ปลา 2 ชิ้น และ ไก่ 1 ชิ้น
พรีมเรอะ ไม่แตะกุ้งเทมปุระเลย แต่กินยากิโซบะ กับหัวปลาจนเต็มคราบ พุงกางเลย
เดินเล่นต่อ เดินไปเดินมา ได้ลองนั่งเก้าอี้ตัวละแสนแก้เมื่อย
ผลเหรอคะ เสียตังค์สิ ได้ตัวนวด+ระบบสั่นลดเซลลูไลท์ กับ เบาะนวด 1 ชิ้น
งานนี้ ผ่อน 10 งวด .... ลองดูจิ๊ ระบบหมุนเวียนโลหิตจะดีขึ้นมั้ยเนี่ย

(แอบหยิบกะละมัง ของเล่นป๋มเอาไปเป็นพร็อพด้วย ป๋มร้องไห้นิดหน่อย)
/ / /
วันอาทิตย์ ตื่นเช้ามา หนีนตลงไปซื้อโจ๊ก พรีมนอนห้องโกวเมย์ ยังไม่ตื่นเช่นกัน
แว่ปซื้อทุเรียน ลองกอง มะละกอฮาวาย และ มะม่วงแรด อยากกิ๊น อยากกิน

(เจ่เจ๊ร้องเพลง หน้าอินมากคับ ได้อารมณ์ป๋มจินๆ)
กลางวัน ทำผัดดอกกุ๋ยช่ายใส่หมูสับ พรีมบอกว่าอร่อยสุดยอด
ทำน้ำแกงเต้าหูไข่หมูสับ แอบตีไข่ไก่ 1 ฟอง โรยลงไปด้วย พร้อมแครอท และ มะเขือเทศปอกเปลือกหั่นเป็นลูกเต๋า
พรีมขอต่อจานสอง แถมบอกว่าให้ออกไปซื้ออีก เย็นนี้ให้ผัดผักแบบนี้อีกรอบ โหยยยยยยย ไม่เอา
ตกเย็น ทอดสเต๊กหมู 3 ชิ้น
แกงจืดไช้เท้าใส่หมูสับ น้ำแกงหวานกลมกล่อม ทอดไข่เจียวหมูสับ 1 ลูก ให้นต......ชอบมั่ก
โกวเมย์แบ่งผัดผักจากกลางวันไว้ให้พรีม
มื้อนี้ ยัยพรีมเลยมีกับข้าว 4 อย่างแน่ะ จิ๊กไข่เจียวนตไปด้วย นตกินแค่ 3 คำเอง....... รู้แล้ว พรีมอ้วนเพราะโรคแม่ทำแน่ ฮือ ฮือ
.....................................................
แด่ทุกทุกวันที่เรารักกัน
แด่ทุกทุกวันที่เรามีกันและกัน

(ลงมาเล่นกับคนดูด้วยฮับ........... รูปยังมีลงไดอีกวันนึงฮับ แม่บอก รอชมนะฮับ)
/ / /
(เก็บมาฝาก ของ พระมหาสมปอง)
เรื่องวัตถุดิบ ........ ญาติโยมหลายท่านมักถามว่า
'ท่านบวชเรียนมาตั้งแต่อายุยังน้อย อยู่ในเพศบรรพชิตมามากกว่าครึ่งชีวิต มีโอกาสสัมผัสชีวิตฆราวาสไม่มากนัก
แล้วเอาข้อมูล วัตถุดิบหรือมุกมาจากไหนหนักหนา'
อาตมาก็ตอบว่า หลักๆ เลยก็คือ การอ่าน นอกจากนั้นก็หนัง ละคร ที่ญาติโยมดูกันนั่นแหละ
พอตอบออกไปอย่างนี้ โยมก็สวนกลับทันที
'ไม่ผิดข้อห้ามหรือท่าน'
อาตมาก็จะอธิบายไปว่า ดูเพื่อให้เท่าทันกิเลสจะได้สกัดมันถูก
และที่สำคัญ หากอาตมาไม่รู้หรือไม่เข้าใจ ตลอดจนไม่เท่าทันเรื่องราวทางโลก
จะมาบรรยายธรรมให้ญาติโยมรู้สึกอินกันได้อย่างไร
ซึ่งนอกจากการอ่าน การดูและการฟังแล้ว หลายวัตถุดิบที่นำมาสร้างเป็นมุกฮา
ก็ได้มาจากการพูดคุยกับ เหล่าโยมๆ นี่แหละ
อย่างวันหนึ่งระหว่างที่อาตมากำลังฉันเพลอยู่ก็มีโยมท่านหนึ่งโทรมา
'พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองนะคะ'
'หา อะไรนะ'
'พระอาจารย์เหรอคะ นี่อาตมาเองค่ะ'
'ถ้าโยมแทนตัวว่าอาตมา แล้วอาตมาจะแทนตัวอาตมาว่าอะไร'
'อ๋อ ขอโทษค่ะ'
หลังจากนั้นก็คุยธุระกันจนจบ อาตมาก็กล่าวว่า
'เจริญพร'
'ค่ะ เจริญพรเช่นกัน'
แน่ะ ........มีอวยพรให้พระด้วย
ข้างต้นก็คือ สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ ระหว่างพูดคุยกับเหล่าญาติโยม
จนถือว่าเป็นเรื่องปกติสำหรับอาตมาไปแล้ว
หรืออย่างก่อนหน้านี้มีโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เดินถือสังฆทานมาอย่างมาดมั่น
พอเข้ามาในกุฏิแล้ว เธอก็มุ่งตรงไปที่พระบวชใหม่รูปหนึ่งทันที
'ถวายสังฆทานค่ะ'
พระบวชใหม่ด้วยความที่ยังจำบทสวดต่างๆ ไม่ค่อยคล่องนัก จึงหยิบหนังสือขึ้นมาดู
'ไม่ต้องค่ะ' โยมผู้หญิงคนนั้นกล่าวอย่างหนักแน่นตามสไตล์สาวมั่น
'ดิฉันท่องได้ค่ะ เพราะคุณยายพาเข้าวัดตั้งแต่เด็กๆ' เธอพนมมือขึ้น ก่อนกล่าวว่า
'อิมานิ มะยัง ภันเต สะปะริวารานิ คิกขุ สังโฆ' (ที่ถูกต้อง จะต้องเป็น ภิกขุ สังโฆ)
พระบวชใหม่มีสีหน้างุนงง ก่อนหันมาถามอาตมา
'คิกขุสังโฆ นี่มันฟังทะแม่งๆ นะหลวงพี่'
อาตมาเกรงว่าโยมผู้นั้นจะหน้าแตก ก็เลยตอบไปว่า
'คิกขุ แปลว่า น่ารัก สังโฆ แปลว่า สงฆ์ คิกขุสังโฆ ก็คือ แด่พระสงฆ์ผู้น่ารัก'
เท่านั้นแหละ พระใหม่รูปนั้นนั่งยืดทั้งวันเลย
แต่ก็มีบางกรณี ที่การพูดผิดของคุณโยมทำให้อาตมาแทบจะสำลัก
อย่างเมื่อเร็วๆ นี้ มีโยมท่านหนึ่งโทรศัพท์มา
'หลวงพี่ขา ขอเรียนเชิญนิมนต์ค่ะ'
'ไปไหนล่ะโยม'
'ไปมรณภาพที่บ้านน่ะค่ะ'
โห นิมนต์พระไปตายถึงที่บ้านเลย อาตมาจึงบอกไปว่า ถ้านิมนต์ไปงานศพไปให้ได้
แต่ถ้าเชิญไปมรณภาพนี่ ช่วงนี้อาตมาไม่ว่างจริงๆ ขอตัวเถอะนะโยม
จากตัวอย่างที่อาตมาเล่าไว้ข้างต้น คุณโยมอาจจะเห็นเป็นเรื่องขบขัน
แต่มันก็สะท้อนให้เห็นความห่างเหินระหว่างคนกับวัดได้ในระดับหนึ่ง
ปัจจุบันนี้คนจะนึกถึงวัดในกรณีพิเศษ เท่านั้นเช่นงานบวช งานศพ
ต่างกับสมัยก่อนที่วัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน
ฆราวาสกับพระจึงสนทนากันไหลลื่น ไม่มีคำแปลกๆ หรือผิดที่ผิดทางออกมาให้พระสุดุ้งแต่อย่างใด
ซึ่งถ้าพูดถึงศัพท์แสงที่แสลงใจแล้ว ตอนไปบิณฑบาตอาตมาจะเจอบ่อยมาก
เช่นมีอยู่ครั้งหนึ่งระหว่างที่กำลังเดินๆ อยู่ ก็ได้ยินเสียงใสๆ แว่วขึ้นมา
'แม่ๆ พระมาขอข้าว'
'มาเยอะไหมลูก'
'มา 2 อัน'
โห เรียกอย่างกับชิ้นส่วนรถยนต์ นี่ถ้ามาเยอะๆไม่เรียกเป็นฝูงเลยเหรอ
ดังนั้นเวลาไปบรรยายธรรมให้นักเรียนฟังอาตมาจะนำเรื่องนี้ไปสอดแทรกเพื่อสอนเด็กๆ ด้วย
'ถ้าพระกิน เรียกว่า ฉัน'
'พระนอน เรียกว่า จำวัด' (บางคนเรียก..... ขี้เกียจเป็นพระนอนไม่ได้)
'พระป่วย เรียกว่า อาพาธ'
'พระตาย เรียกว่า มรณภาพ' (ไม่ใช่เรียกป่อเต็กตึ๊งนะ)
'แล้วพระอาบน้ำล่ะ เรียกว่าอะไรเอ่ย' คราวนี้อาตมาถามให้เด็กๆ ตอบบ้าง
'เรียกคนมาดู'
จบกัน ^^*
/ / /
|