สุข ... สะกิด
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน หรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ ข้อความ ในไดอารี่แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
ชื่อหัวข้อไดวันนี้ ช่างจั๊กกะจี้ จั๊กกะเดียมเสียจริง คิก คิก

(อยากมีซัมวันซัมวัน กุมมือฉันเวลาฉันไปไหน..........เพลงโปรดพรีมตอนนี้ ต้องพี่บี้คนเดียว หุ หุ)
วันหยุดที่ผ่านมา ได้ทำสมกับสิ่งที่ตั้งใจไว้
ทุกวินาทีกับแก้มกลม ที่แม่ให้ได้ จะเติบโตไปด้วยกัน สามความรู้สึก และ หัวใจ
นั่งเล่นกับพรีมและนตที่ห้องนั่งเล่น
นตพยายามลุก ตั้งไข่ ชูมือสองข้างขึ้นสูง กางเท้ากว้างเท่าหัวไหล่ (แหม เหมือนท่าเตรียมพร้อมอะไรสักอย่าง)
พร้อมกับมองมาที่จุดหมายปลายทาง ก่อนจะส่งสัญญาณ จ้า
แล้วก็ก้าวอาดๆ ...หนึ่ง สอง สาม สี่.... แล้วก็ล้มตัวมาหา
ล้มแล้วลุก ๆ นี่แหละแม่ ธรรมชาติของการเรียนรู้ และ อยู่กับมัน อย่างสนุก และ มีสุขไง
ยัยพรีมเดินไปหยิบกระป๋องแป้งมา ยื่นให้หม่าม๊า แล้วก็ถามว่า
หนูทาแป้งได้มั้ยแม่
ได้สิ แต่อย่าให้พื้นเลอะนะคะ โอเค๊
โอเค
แล้วพรีมก็นั่งลงข้างๆ บรรจงทาแป้งใส่มือ แล้วก็ทาแขนตัวเองจนทั่วทั้งสองข้าง
เพื่อผิวเนียน ผิวนุ่ม เพื่อผิวขาว ผิวสวย
555555555555555555555 ฟังแล้วขำ ดูทีวีมากไปป่าวเนี่ย
มองหน้าพรีม อมยิ้ม
พรีมรู้ตัว เอามือป้องปาก ขำตัวเอง หนูสวยรึยังแม่
สวยตายล่ะ ต้องทาแป้งแบบนี้เหรอ ถึงสวยอ่ะ ทาไปพูดไปแบบนี้น่ะพรีม
อือ ก็มันสวยมั้ยล่ะ
ก็บอกแล้วไง สวยตายล่ะ แล้วแปลว่าสวยมั้ย
แม่นี่อ่ะ ไม่พูดด้วยแล้ว
หึ หึ

...........................................
ทำงานบ้านไป หยุดพักท่ามกลางสองแก้มกลมไป
เจ้าสระน้ำเป่าลม ที่เอามาทำเป็นบ่อบอลนี้ดีนะคะ
ได้หย่อนตัวลงไปนอนเล่น ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับไปเป็นเด็กๆ อีกครั้ง
ลงไปนั่งเล่น แอบขว้างบอลใส่เจ้านต แบบไม่ให้โดนตัว
นตหันมามอง ยิ้มหวาน แล้วก็คลานซวบๆ เข้ามาหา
จะว่าดีหรือไม่ดี ที่เจ้าสระเป่าลมนี้ มันมีรั่วซึมบ้าง
ซ่อมไม่เป็น และไม่เคยคิดจะซ่อม ช่างมัน
ถ้าอยากให้มันตึง ก็ใช้ที่เป่าลูกโป่งสูบลมเข้าไป ก็เท่านั้น
แต่ดี ที่มันไม่ค่อยตึง เจ้านตเลยปีนเข้าออกได้สบาย ... ฝึกการทรงตัว และ ได้พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่
นอกจากนี้ เจ้าบอลนับร้อยที่อยู่ด้านในสระ บางอันก็ฟีบแล้ว
แต่นตก็ได้ฝึกการหยิบจับ และ พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กบ้าง ตามวาระ
พอนตเข้ามาแล้ว ยัยพรีมก็ตามเข้ามาด้วย
ไม่น่าเชื่อ นั่งกันได้ สามคน แม่ลูก 5555555555
ถ้านตอ้วนแบบเจ่เจ๊ สงสัยคงต้องขี่กันละมั้งเนี่ย อย่าเลยนะนต แม่ขอ .....
มีห่วงยาง และ บอลลม ที่ได้จากดูแม๊กซ์เป่าไว้ในสระบอลด้วย
หม่าม๊าเอามันวางเอียงกับขอบสระ
แล้วโยนบอลเล็กเข้ารูห่วงยาง
พรีมเห็น ก็เล่นด้วย
นตล่ะ ก็เล่นด้วยกันค่ะ .... นตเห็นสองที ก็ทำตามได้แล้ว เรียนรู้เร็วมาก

สิ่งที่เราสามคนมักเล่นด้วยกันตั้งแต่นตเล็กๆ ก็คือ การผลัดกัน
ไม่ว่า จะเป็นการละเล่นอะไรก็ตาม
บางที หม่าม๊าแกล้งร้องไห้ แล้วหม่าม๊าก็จะหยุด
จากนั้นก็ชี้ไปที่พรีม แล้วก็บอกว่าตาพรีม พรีมก็จะแกล้งร้องไห้
พอพรีมหยุด พรีมก็จะชี้ไปที่นต แล้วก็บอกว่าตานต
แรกๆ นตก็ได้แต่มอง
สองทีถัดมา นตยิ้ม
นั่นเราก็ถือว่า นตรู้ว่าตานต แล้วนตก็ทำได้แค่นั้น เราก็สนุกกันละ
ตั้งแต่เราเล่นกันแบบนั้นมา เวลาเล่นกันสามคนทีไร ต้องนั่งล้อมเป็นวงทุกที
รู้กันว่า ต้องผลัดกันเล่น คนละตา ........ ดีเนอะ สนุกดีจัง ว๊า อย่างนี้หม่าม๊าก็กลายเป็นเด็กอีกคนล่ะสิ อิอิ

/ / /
แด่ทุกทุกวันที่เรารักกัน
แด่ทุกทุกวันที่เรามีกันและกัน
(เก็บมาฝาก จากฟอร์เวิร์ดเมลล์)
ฉันได้รับข้อความนี้จากเพื่อนที่ดีคนหนึ่ง ซึ่งเพื่อนคนนี้ได้เลือกไปแล้ว
ฉันเองก็ต้องเลือกเหมือนกัน และ ฉันก็เลือกแล้ว
....................................................
เรื่องมีอยู่ว่า.....
ชายคนหนึ่งเคยลงโทษลูกสาววัย 5 ขวบของเขา
เพราะนำเงินไปซื้อกระดาษห่อของขวัญสีทองม้วนหนึ่งซึ่งมีราคาแพง ในขณะที่การเงินที่บ้านฝืดเคือง
และเค้าก็อารมณ์เสียอีกครั้งเมื่อลูกสาวของเขานำกระดาษสีทองราคาแพงนั้น
มาห่อกล่องของขวัญเพียงเพื่อตกแต่งไว้ใต้ต้นคริสต์มาส
แต่กระนั้น...ลูกสาวตัวน้อยก็ได้มอบกล่องของขวัญนั้นให้พ่อของเธอในเช้าวันรุ่งขึ้น
และพูดว่า ' นี่สำหรับพ่อค่ะ '
พ่อของเธอกระอักกระอ่วนกับอาการที่ได้แสดงออกไปก่อนหน้านี้
แต่แล้วความโกรธก็ได้พุ่งพล่านขึ้นอีกครั้งเมื่อ
เขาพบว่ามันเป็นเพียงกล่องเปล่า
เขาพูดด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดว่า
' ลูกไม่รู้จริงๆอย่างนั้นหรือว่าการจะให้ของขวัญใคร มันจะต้องมีอะไรอยู่ในกล่องของขวัญด้วย ? '
เด็กน้อยมองไปที่พ่อของเธอด้วยน้ำตา และพูดว่า
' โอ...พ่อจ๋า มันไม่ใช่กล่องเปล่าเลย หนูเป่าจูบเข้าไปจนเต็ม '
ชายคนนั้นสะอึก ตัวชาด้วยความเสียใจ เขาทรุดตัวลงแล้วโอบกอดลูกสาวไว้แน่น
เขาขอให้ลูกสาวยกโทษให้เขา กับท่าทางโกรธเกรี้ยวเกินเหตุของเขา
ต่อมาไม่นานอุบัติเหตุก็ได้คร่าชีวิตลูก สาวของชายคนนั้นไป
และว่ากันว่าเขาเก็บกล่องของขวัญสีทองล้ำค่านั้น ไว้ข้างเตียงตลอดชีวิตของเขาเลยทีเดียว
และเมื่อใดก็ตามที่เขารู้สึกท้อแท้ใจ หรือต้องเผชิญกับปัญหาที่ยากเย็นแสนเข็น เขาจะเปิดกล่องใบนี้
เพื่อหยิบจูบในจินตนาการขึ้นมาหนึ่งจูบ
แล้วรำลึกถึงความรักของลูกน้อย ที่ได้ใส่จูบนั้นไว้ให้เขา

(ลีลาเธอ ตอนควงไมค์ เอิ๊กส์...........นตได้แต่แหงนมอง แล้วก็นิ่งเหมือนโดนสะกด หรือว่า งง ... เจ่เจ๊เป็นอะไร-ฮา)
..........................................
ในความเป็นจริง ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง พวกเราทุกคนล้วนได้รับกล่องของขวัญสีทองซึ่ง
บรรจุด้วยความรัก ที่ปราศจากเงื่อนไข และรอยจูบจาก ลูกๆ และจากครอบครัวของเรา
ไม่มีสมบัติใด ล้ำค่าไปกว่านี้อีกแล้ว
.................................................
ตอนนี้คุณมี 2 ตัวเลือกแล้วล่ะ คุณจะ
1. ส่งข้อความนี้ต่อไปยังเพื่อนๆ และ ญาติๆ ของคุณ หรือ
2. ลบมันทิ้งซะ
แล้วทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรกระทบใจคุณเลยแม้แต่น้อย
อย่างที่เห็นนี่ล่ะ ฉันได้เลือกข้อ 1 ไปแล้ว (((โดยการแบ่งปันแบบนี้)))
...................................

มองโลกในแง่ดี และปฏิบัตดี
ฉันขอขอบคุณสำหรับ....
สำหรับสามีที่นอนกรนทั้งคืน เพราะนั่นหมายถึงเขากำลังหลับอยู่ที่บ้านกับฉัน ไม่ใช่กับผู้หญิงอื่น
สำหรับลูกสาววัยรุ่นที่กำลังบ่นเรื่องล้างจานอยู่ เพราะนั่นหมายถึงเธออยู่บ้าน ไม่ใช่ที่ถนน
สำหรับภาษีที่ต้องเสีย เพราะนั่นหมายถึงฉันมีงานทำ
สำหรับข้าวของต่างๆ ที่ต้องคอยเก็บหลังงานปาร์ตี้ เพราะนั่นหมายถึงฉันถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนฝูง
สำหรับเสื้อผ้าที่พอดีจนเกือบจะคับเกินไป เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีกิน
สำหรับเงาที่คอยมองดูฉันทำงาน เพราะนั่นหมายถึงฉัน กำลังได้รับแสงแดด
สำหรับพื้นที่ต้องคอยขัดถู และหน้าต่างที่ต้องทำความสะอาด เพราะนั่นหมายถึงฉันมีบ้านให้ดูแลรักษา
สำหรับที่จอดรถที่อยู่ไกลสุดของลานจอดรถ เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถเดินได้ และฉันมีรถ
สำหรับผ้ากองโตที่รอการซักรีด เพราะนั่นหมายถึงฉันมีเสื้อผ้าสวมใส่
สำหรับความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าทุกสิ้นวัน เพราะนั่นหมายถึงฉันสามารถทำงานหนักได้
สำหรับเสียงปลุกในทุกๆ เช้า เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีชีวิตอยู่
และสุดท้าย.......
สำหรับอีเมล์ที่ส่งมาหาฉัน เพราะนั่นหมายถึงฉันยังมีเพื่อน
/ / /
เคล็ดลับชีวิต
แด่ทุกทุกวันที่ฉันได้ตื่น ลืมตา และ ส่งเสียงทักทายกับใจตัวเอง
.................
หลายครั้ง ที่ได้พูดบอกสอนพรีม
เรื่องการเดิน
น้องพรีมคะ เวลาจะก้าวเดิน ให้ดูที่พื้นด้วยสิลูก
อย่ามัวแต่มองโน่นมองนี่ แล้วก็มองรถมองคนด้วยนะคะ
เพื่อให้พรีมได้ดูทาง ว่ามันมีพื้นผิวเช่นไร กันสะดุด หกล้ม เจ็บตัว.. ได้ระลึกรู้ตัว
เพื่อให้พรีมได้ตระหนักถึงว่า มีอะไรที่พื้น หรือ ผิวที่พรีมได้เหยียบย่ำหรือไม่ เพื่อให้ระวัง... ให้ระลึกรู้ทั่ว
เพื่อให้พรีมได้รู้ถึงฝีก้าวของตัวเอง สั้น-ยาว หนัก-เบา.. ให้ระลึกรู้จังหวะ
เพื่อให้พรีมไม่ว่อกแว่ก มองเพลินจนลืมระวังตัวเอง... ให้ระลึกรู้สติ

(โฉมหน้าเธอล่ะ "เอเอฟสิบสาม ออสองทับสอง" ... พรีมรายงานตัวแบบนี้ค่ะ อย่าลืมกดโหวตให้นะคะ คิก คิก)
ค่อยๆ สอน พรีมจะรู้สิ่งที่แม่สอนให้ระลึกได้เท่าไรกันนะ
อยากรู้จัง
/ / / |