สุข ... ตามคิด
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน หรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ ข้อความ ในไดอารี่แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
ค้นพบแล้ว .......
เวป photobucket ถูกบล๊อค เข้าจากที่ทำงานไม่ได้ แงแงแงแง
ขออภัยแฟนได ที่สองสามวันนี้ จะอาจจะอัพได โดยไม่มีรูปเด็กๆ .. ไดนี้คงเหงาน่าดู = =
/ / /
ใจร้ายจัง ทำไมต้องบล็อคด้วยเนอะ มัลติพายไปแล้ว คราวนี้ก็โฟโต้บัคเก็ต
เฮ้อ.......... สงสัย วันเสาร์อาทิตย์ ต้องแอบลูกไปย่อรูป โหลดรูป แล้วก็ก๊อป html ไว้แปะในได ก๊ากกกกก
แย่งเวลาลูก มาทำบันทึกให้นะ หวังว่าคงเข้าใจแม่ หึ หึ
.............................
เมื่อวันพุธ ไปหาหมอกระดูกมาแล้วค่ะ
คุณหมอธานินทร์ ที่ รพ. เซนต์หลุยส์นั่นเอง
ดีนะ ที่นัดตอนบ่ายสามครึ่ง
แจ้นออกไปนั่งมอไซด์ฯ พกที่ปั้มนมไปด้วย เพราะยังขาดอีก 1 ล๊อต พร้อมกับนมแช่แข็งอีก 1 ถุง
แว่ปเอาขึ้นไปให้พี่เลี้ยงของนต ก่อนไปพบหมออีกตึกหนึ่ง
นั่งรอหมอเกือบครึ่งชั่วโมง
พบหมอแค่ ไม่ถึง 15 นาที 55555555555
หมอคลำแนวกระดูกสันหลัง บอกว่าปรกติดี
อาการที่เป็น น่าจะเกิดมาจากการอักเสบของเส้นเอ็น และ กล้ามเนื้อ
ถามหาเหตุ หมอบอกว่า มันอาจเป็นอาการสะสม
การที่ต้องอุ้มนตอยู่ อาจมีผลอยู่บ้าง
หมอแนะนำว่า ให้อุ้มให้น้อยลง ถ้าเลี่ยงไม่ได้ ก็ให้พยายามอย่าใช้หลังเยอะ
ไม่อุ้มในท่ายืน นานเกินไป ถ้ารู้ว่าต้องอุ้มนาน ให้หาที่นั่งพิงหลังซะ
เวลานอน ให้หาหมอนมาหนุนใต้เข่า ผ่อนแรงสันหลัง
ยามใดที่ว่าง ให้ยืดเส้นหลัง แต่อย่าหักโหม
กินยาแก้อักเสบดู 1 อาิทิตย์ นัดใหม่ พุธหน้า ดูอาการ
ถ้าไม่ดีขึ้น อาจต้องขอ x-ray และอาจต้องทำกายภาพบำบัด
การทำกายภาพ ต้องทำต่อเนื่อง ทุกวัน มาได้มั้ย....
หมอบอกอีกว่า ยังให้ลูกกินนมอยู่ กินยาได้จำกัดมาก มีอยู่ไม่กี่ตัวเอง ลองดูก่อนนะ หึ หึ
..............................
ขำ ขำ วันก่อน
ส่งนตที่เนอร์สตอนเช้า
นตอยู่ในเป้คาดเอวแม่ หันหน้าซบอกแม่นิ่งอยู่
พ่อแม่คู่หนึ่ง เดินมาหา ถามว่า นั่งแบบนี้น้องสบายดีมั้ยคะ
พอเค้าเห็นหน้านต เค้าก็บอกว่า ท่าทางสบาย แล้วคุณแม่เจ็บ หรือ หนักอย่างไรบ้าง
หม่าม๊าบอกว่า หนักแค่เอว แต่เซฟไหล่ และ หลังส่วนบนดี
เค้าสนใจ อยากหามาใช้บ้าง หลังจากแนะนำแหล่งเสร็จ ก็เลยถามเค้าว่าอยากลองคาดดูมั้ย
จากนั้น ก็ให้นตเป็นนายแบบ
ไม่น่าเชื่อ พอเปลี่ยนมือปุ๊บ นตหันฟุ๊บไปซบอกแม่คนนั้นปั๊บ แล้วก็นิ่ง ไม่ไหวติง
เหมือนแอบฟังเสียงหัวใจเค้าอยู่ ซบอยู่นานจนน่าหมั่นไส้เลยนะ (เค้าอกใหญ่กว่าหม่าม๊าง่ะ :B)
คนพ่อหัวเราะเสียงดัง ... โห ซบนิ่งเลย สบายใช่มั้ยลูก เอ๊ะ ผู้หญิงหรือผู้ชายครับเนี่ย
ก๊ากกกกกก ... ผู้ชายค่ะ 555
มิน่าล่ะ นิ่งเลย มาๆ ให้ผมลองมั่งได้มั้ย
นตผงกหัวขึ้นมอง แล้วก็โผมาหาแม่ทันที 555555
........................................
เรื่องของพรีมบ้าง เปิดเทอมใหม่นี้ พรีมต้องซื้อใหม่ทั้งรองเท้านักเรียน และ รองเท้าพละ
ตอนนี้ ใส่แบบสบายๆ พอหลวม ต้องเบอร์ 33 แล้ว .... เท้าเธออูมมากค่ะ
วันอาทิตย์ที่ผ่านมา เลยต้องออกไปซื้อกัน ก็ได้แท๊คทีมเดิม
เจ้าฟลุ๊ค หยี่อี๊ เตี๋ยชัย และ เรา สามแม่ลูก
มีภาระกิจนี้ เราไปกันที่ โรบินสันรัชดาฯ อีกแล้วค่ะ
กว่าจะได้รองเท้าพละให้พรีม เธอลองหมดทุกคู่ที่มีของ
เลือกแบบที่มีสายตีนตุ๊กแก 2 เส้น แทนที่จะเป็นแถบใหญ่ 1 เส้น
เพราะว่ามันกระชับเท้าได้ดีกว่า...
จากนั้น เด็กๆ ก็ร้องขอกินพิซซ่ากัน
ถามพรีมว่ากินเป็นเหรอ พรีมตอบว่า หนูเคยกินที่โรงเรียน ตอนวันเกิดเพื่อน...อ้อ
ที่ถาม เพราะว่า ไม่เคยเห็นพรีมขอกิน แม้เวลาที่สั่งมากินที่บ้านก็เหอะ
เ้จ้าฟลุ๊คอยากกินสลัด หม่าม๊าเลยต้องทำหน้าที่ตักให้ เน้นผักค่ะ
ตักออกมาเป็นป่าดงดิบเลย 5555555
ได้ไข่นกกระทามาสิบฟอง เด็กๆ ชอบกิน
อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็กลับบ้าน มองนาฬิกา จะสี่ทุ่มแล้ว ว๊า
เจ้าฟลุ๊คตามไปบ้านหยี่อี๊ต่อ เพราะป๊าหนุ่มจะแวะไปรับที่นั่น (บ้านนี้ไม่มีคนดู)
พรีมทำหงอย อยากไปด้วย
แต่พรุ่งนี้หนูต้องไปโรงเรียนะคะ
ทำไมอ่ะ
อ้าว ก็พรุ่งนี้วันจันทร์
หนูไม่อยากไปโรงเรียนวันจันทร์
อีกแล้วนะ เป็นแบบนี้อีกแล้วนะ
...เฮ่อ....
น้องพรีมคะ หม่าม๊าพาหนูไปซื้อรองเท้าพละ พาไปเดินแล่นแล้วนี่นา
ถึงเวลานอนก็ต้องนอนสิพรีม
หนูมีหน้าที่เรียนหนังสือ หม่าม๊าก็ต้องทำงาน
นี่มันก็ดึกมากแล้ว ไว้วันหยุด เราก็ค่อยว่ากันใหม่ได้มั้ยคะพรีม
ถ้าหนูอยากนอนบ้านหยี่อี๊ ไว้วันหยุดครั้งหน้า เราจัดกระเป๋าไปนอนกันก็ได้นะ ว่าไงคะ
พรีมไม่พูด เดินหงอยๆ เข้าบ้าน
แต่หนูอยากอยู่กับเฮียฟลุ๊ค
เฮียฟลุ๊คเค้าก็ไม่ได้นอนที่นั่น เดี๋ยวป๊าหนุ่มก็ไปรับกลับบ้าน พรุ่งนี้ก็ต้องไปโรงเรียนเหมือนกัน
งั้นไว้เราค่อยไปนอนบ้านหยี่อี๊กันได้มั้ยหม่าม๊า
ได้ค่ะ ต้องเป็นวันหยุดนะพรีม
ก็ยังดี ที่พอคุยกันได้
พาเด็กๆ แวะห้องอาม่าทองพูน กะจะฝากนตไว้ เพราะต้องเอาพรีมอาบน้ำ
เปิดประตูเ้ข้าไป อาม่านอนแล้ว ส่วนโกว์เมย์อาบน้ำอยู่
ไม่เป็นไร ดูกันเองก็แล้วกัน....
ขึ้นห้องนอนเรา อาบน้ำพร้อมกันสามคนเลยล่ะวันนี้อ่ะ แต่คงได้แต่เช็ดตัวให้นต เพราะดึกมากแล้ว
ไปๆ มาๆ ต้องอาบกันหมด เพราะนตไม่นิ่ง คลานไปที่อาบน้ำ ตัวเปียกหมด
อาบน้ำให้นตก่อน แล้วค่อยอาบน้ำให้พรีม
ก่อนจับเด็กสองคนออกไปในห้องนอน ฝากดูแลกันและกัน
พรีม ฝากดูน้องด้วยนะ หม่าม๊าอยากสระผม คันหัวมาก
แม่อาบเร็วๆ นะ
ได้ค่ะ ดูน้องดีๆ อย่าให้เอาอะไรเข้าปากนะ
เข้าห้องน้ำต่อจัดการกับตัวเอง
ได้ยินเสียงนตคลานมาที่ประตู แล้วก็ได้ยินเสียงโครมคราม สงสัย นตเล่นถังขยะห้องนอนแน่ๆ
นต เสียงพรีมตวาดน้อง
เล่นถังขยะอีกแล้ว เลอะออกมาข้างนอก สกปรกหมดเลยนะนต
แม่ นตเล่นถังขยะ พรีมตะโกนบอก
พรีมหยิบออกไปไกลๆ น้องได้มั้ยคะ
หนูทำอยู่ น้องไม่ยอมไปไหน อยู่ตรงประตูนี้อยู่นั้นแหละ
แม่ใกล้จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวออกไปนะพรีม
นต แม่อยู่ในห้องน้ำ นตก็รู้ แม่สระผมด้วยนะ แม่กำลังจะออกมา นตจะรออยู่ตรงนี้ทำไม มานี่
พรีมพูดบอก แล้วสักพัก ก็ได้ยินเสียงนตร้องไห้ สงสัยโดนอุ้มหนีประตูห้องน้ำแน่
พันผ้าเสร็จก็เปิดประตูออกไปดู นตนั่งอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า พอเห็นแม่ก็คลานมาหา
หม่าม๊าก้มดูพื้นหน้าห้องน้ำ โหหห ขยะเกลื่อนค่ะ หยิบถังมาเก็บใส่ เห็นเพิร์สอยู่ในนั้นแล้ว
แม่ อันนั้นน่ะ หนูใส่ลงไปเอง หนูช่วยแม่เก็บได้แค่นี้แหละ
ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็ดีแล้ว เก่งมากค่ะลูก ช่วยแม่ได้เยอะเลย
นต เห็นมั้ย ห้องต้องสกปรก แม่ต้องมากวาดขยะที่นตเทออกมาอีก
แม่ก็เจ็บหลังอยู่นะ นตก็รู้
เนี่ย เจ่่เจ๊ก็ต้องอุ้มนต อีกหน่อย เจ่เจ๊ก็คงเจ็บหลังแบบแม่
แล้วถ้าเจ็บหลังกันสองคน ตอนนั้น ใครจะอุ้มนตห๊า อย่าดื้อ อย่าซนสิ
นตมองเจ่เจ๊ มองแม่ ทำตาปริบๆ หม่าม๊าได้แต่อมยิ้มน้อยๆ
นตทำท่าจะคลานมาหา
ไม่ต้องคลานมาเลยนะนต อยู่ตรงนั้นแหละ หม่าม๊าเก็บขยะอยู่ ขยะที่หนูเทออกมาแหละ เข้าใจมั้ย
นตหยุดกึ๊ก เหมือนรู้ที่แม่บอก แล้วก็หันไปมองเจ่เจ๊
มานี่ มาอยู่ใกล้เจ๊นี่ เดี๋ยวหม่าม๊าก็จะเก็บเสร็จแล้ว ห้องก็จะสะอาดเหมือนเดิม
นตหันมาดู ทำหน้าสำนึกผิด ม่ะ
อือ ไม่เป็นไร ทีหลังก็อย่าซนนะคะ ถังขยะไม่ใช่ของเล่น มันไว้ใส่ของที่เราทิ้ง มันสกปรก รู้มั้ย
นตทำปากแบะ ม่ะ
ค่ะ จะเสร็จแล้ว เดี๋ยวหม่าม๊าไปล้างมือก่อน แล้วก็แต่งตัว แล้วเราไปนอนที่เตียงกัน
พรีมเดินมาอุ้มน้องไว้ รอแม่ตรงนี้ด้วยกันแหละ ไม่ต้องไปไหนนะนต
มองสองเด็กแล้วก็ให้หายเหนื่อย
ใส่เสื้อผ้า เช็ดผมให้หมาด แล้วก็พาพรีม อุ้มนต ไปล้างมือ ล้างขา ก่อนพากันเข้านอน
...................................................
แด่ทุกทุกวันที่เรารักกัน
แด่ทุกทุกวันที่เรามีกันและกัน
(เก็บมาฝาก)
ในแสงสุดท้ายของวัน
ยูจีน โอ. เคลลี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2548 ช่วงหนึ่งร้อยวันก่อนตาย เขาเขียนหนังสือ
เขาอายุห้าสิบสอง เป็นประธานบริษัทและซีอีโอของบริษัทการบัญชีที่มีพนักงานสองหมื่นคน
เขาทำงานที่นี่มานานสามทศวรรษ
อยู่ตรงจุดสูงสุดของชีวิตและการงาน
ที่เขาบอกว่า เปี่ยมด้วยพลัง ยืนหยัดอย่างไม่รู้จักเหนื่อย และจวนๆ จะเป็นอมตะ
แต่จุดสูงสุดของเขาก็กลายเป็นจุดสิ้นสุด เมื่อหมอพบว่าเขาเป็นมะเร็งสมองขั้นสุดท้าย
หมอบอกว่าเขาจะอยู่ได้อีกราว 100 วัน ยูจีนรู้ดีว่า เขาจะอยู่ไม่พ้นฤดูร้อนนั้น
ยูจีนเป็นนักบัญชี นักธุรกิจ นักวางแผน เขาเป็นนักจัดการที่ทำงานอย่างเป็นระบบมาตลอดชีวิต
ดังนั้นแม้การเดินทางไปสู่ความตาย ก็ยังต้องการให้มันจบอย่างดีที่สุด
เขาต้องการเป็นนายเหนือวิธีการตายของเขา
ผมถามตัวเองสองข้อ วาระสุดท้ายของชีวิตจำต้องเป็นเรื่องเลวร้ายจริงหรือ?
และเราสามารถทำให้มันเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่า
และเป็นเรื่องเป็นราวจริงๆ กระทั่งเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตได้หรือไม่?
คำตอบของเขาคือ ไม่ และ ได้ ตามลำดับ
เพื่อที่จะได้มองทุกอย่างชัดเจนขึ้น เขาเขียนรายการที่ต้องทำ
นั่นคือจัดการเรื่องพินัยกรรม การเงินให้เรียบร้อย
และใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบันขณะ และสร้างทุกๆ ปัจจุบันขณะให้มีคุณค่า
เขายังจำคำของ เฮ็นรี วาดสเวิร์ธ ลองเฟลโล ได้
มันว่า ไม่มีความตายหรอก สิ่งที่ดูเหมือนความตายคือการเปลี่ยนถ่าย
นี่ตรงกับปรัชญาพุทธที่มิได้มองความตายเป็นจุดสิ้นสุด
ความตายเป็นเพียงความเปลี่ยนแปลงของชีวิตอีกขั้นหนึ่งเท่านั้น
เขานั่งสมาธิในทุกเช้าเพื่อให้ใจสงบ
แล้ววันหนึ่งในห้วงยามที่จิตของเขาดิ่งสู่ความสงบนิ่ง
เขาบอกคอร์รีน ภรรยาของเขาว่า
ผมอยากเขียนหนังสือเกี่ยวกับความตายของผม
ผมอยากร่วมประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของการเดินทางครั้งนี้กับคนอื่นๆ
และแล้ว นับจากเวลานั้นจนถึงสัปดาห์สุดท้าย เขาก็เริ่มเขียน
เขาเริ่มมองชีวิตด้วยมุมมองที่ไม่เคยมองมาก่อน
สุขภาพของเขาเสื่อมลงเรื่อยๆ การมองเห็นเริ่มพร่ามัว
ลายมือของเขาเขี่ยหวัดมากจนอ่านแทบไม่ออก
แม้แต่การทำสิ่งง่ายๆ ในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องยากเข็ญ
ความจำเริ่มรวน พูดไม่ชัด แต่งานเขียนก็ดำเนินต่อไป
ชื่อหนังสือคือ Chasing Daylight : How My Forthcoming Death Transformed My Life
คำว่า Chasing Daylight มีนัยถึงการเล่นกอล์ฟ กีฬาที่เขาชอบ
การเล่นกอล์ฟในแสงสุดท้ายของวัน
ช่วงยามที่แสงกำลังจะหมด แต่ต้องเล่นเกมที่เหลือให้จบ
มีความหมายถึงสิ่งที่มนุษย์ควรจะกระทำให้จบก่อนสิ้นแสง
คำแนะนำของเขาง่ายๆ นั่นคือ
เผชิญหน้ากับความตายของคุณ ล่วงหน้า
เขาอยากให้คนที่ยังไม่ตายเข้าใจคุณค่าของชีวิตเช่นที่เขาเข้าใจในช่วงสุดท้ายของชีวิต
แม้จะสั้น แต่ไม่ช้าเกินไป
อย่างที่นักเขียน จอนาธาน สวิฟท์ บอกไว้ ขอจงใช้ชีวิตทุกๆ วันในชีวิตของท่าน
ยูจีน โอ. เคลลี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2548
หนึ่งร้อยวันหลังจาก คำสั่งประหาร ทว่าเป็นช่วงหนึ่งร้อยวันสุดท้ายที่มีคุณค่าอย่างไม่น่าเชื่อ
แสงสุดท้ายของวันอาจจะสั้น
แต่หากรู้จักใช้ มันก็ยาวและให้ความสว่างมากพอที่กระทำเรื่องตามฝันได้
วินทร์ เลียววาริณ
31 พฤษภาคม 2551
คมคำคนคม
The hour of departure has arrived, and we go our ways --- I to die and you to live.
Which is better, only God knows.
ห้วงยามแห่งการแยกจากมาถึงแล้ว แลเราก็ไปตามทางแห่งเรา ข้าไปตาย แลพวกเจ้าอยู่
หนทางใดดีกว่า มีแต่เทพเจ้าที่รู้
Socrates
โซเครติส
469-399 ปีก่อนคริสตกาล
หลังศาลเอเธนส์ตัดสินประหารชีวิตเขาด้วยการดื่มยาพิษ
...................................... |