<< December >>

S

M

T

W

T

F

S

30 

1 

2 

3 

4 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

สุข .. เรื่อยๆ
สุข .. ในรัก
สุข .. ริมใจ
สุข .. เท่าที่มี
สุข .. ที่รู้ได้
สุข .. ที่เปลี่ยนไป
สุข .. เปิดเทอม
สุข .. ของพรีมจะ 30 วันแล้วจ้า
สุข .. แนบกาย
สุข .. ตามใจ
สุข .. ตุ่ย
สุข .. เย็น
สุข .. ภาวะ
สุข .. กับใจ
สุข .. ที่เห็น
สุข .. ในที
สุข .. ภายใน
สุข .. ชื่นใจ
สุข .. สราญ
สุข .. เจื้อยแจ้ว
สุข .. กับกาล
สุข ... แค่นี้พอ
สุข ... กันนะเรา
สุข ... นุ่ม ๆ
สุข...ในหัวใจ
สุข ... เล็กๆ น้อยๆ
สุข ... ค้ำใจ
สุข ... อิ่ม
สุข..ใต้เงา
สุข ... สบายใจ
สุข ... ตามคิด
สุข... กลางสัปดาห์
สุข ... สำรวจ
สุข .. เบา
สุข ... เล็ก ๆ
สุข ... สม
สุข ... ให้ยิ่ง
สุข ... ล่องหน
สุข...หมั่นเติม








สุข .. เจื้อยแจ้ว

“สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน
หรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ ข้อความ  ในไดอารี่แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิง
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด
”

 

 

หลายคนบอกว่า มีลูกสาวดีจัง ช่างเจรจา

 

ยิ่งเป็นพรีมมี่จังของแม่ล่ะ  เธอช่างสังเกต ช่างคิด พิจารณา ไตร่ตรองดีจริง

 

สุข เจื้อยแจ้ว

 

............................

 

เย็นวันหนึ่ง ในวันศุกร์ปลายอาทิตย์ หยี่อี๊โทรมาชวนไปกินฟูจิกัน นัดไว้ที่สีลมคอมเพล็กซ์

โทรไปบอกปะป๊าว่าไม่ต้องมารับ จะพาเด็กๆ ไปกินข้าว

 

ที่เนอร์ส บอกพรีมว่าจะนั่งรถไฟฟ้ากัน วันนี้นัดเจอกับหยี่อี๊

พรีมถามว่า นัดเจอกันที่ไหน

บอกไป ว่า สีลมคอมเพล็กซ์ ไปกินฟูจิกัน พรีมร้องเย้

 

“แล้วหนูกินข้าวเย็นแล้วนี่นา ไม่ต้องกินอะไรแล้วมั้ง”

“หนูกินแค่จานเดียวเอง เหมือนที่สัญญากับแม่ไว้ไง”

“เหรอคะ ขอบคุณค่ะ ที่รักษาสัญญา แม่ดีใจจัง แล้ว 1 จานที่หนูว่า มันเยอะมั้ยคะ”

“ไม่หรอก นิดเดียวจริงๆ” 

 

หึ หึ.............

 

สุข เจื้อยแจ้ว

 

หยิบของจัดใส่กระเป๋า ทิ้งกระเป๋านักเรียนของพรีมไว้ที่เนอร์ส

อ้าว... มีที่นอนพรีมด้วย ว๊า ถือไปไม่ไหวอ่ะ ทิ้งไว้ที่นี่แล้วกัน

 

จัดของทุกอย่างลงกระเป๋านต เตรียมออกเดินทาง

พรีมหันมามองของสัมภาระ

“อ้าว แล้วที่นอนหนูล่ะแม่ ครูให้เอาไปซักนะ”

“ก็ถือไปไม่ไหวนี่พรีม เราต้องไปขึ้นรถไฟฟ้ากันนะลูก แม่ก็ต้องอุ้มน้องอีก ไม่มีมือว่างแล้ว”

“ที่นอนหนูก็ไม่ได้เอาไปซักสิแม่”

“นั่นสิ นอนเหม็นๆ ไปอีกอาทิตย์นึงไหวมั้ยล่ะ”

“ไม่ไหว  เอาไปซักเถอะนะ เอาไปด้วย”

 

“ถ้าจะเอาไป หนูต้องถือเองนะ ตกลงมั้ย แม่ถือไม่ไหวจริงๆ พรีมคิดว่าไงล่ะ ไหวมั้ย”

พรีมนิ่ง คิดนิดส์นุง  อุ อุ

 

“งั้นหนูหิ้วเองก็ได้ ของๆ หนู เอากลับไปซักนะแม่

หนูไม่อยากนอนที่นอนเหม็นๆ เพื่อนๆ ก็เอาไปซักกันทุกคนเลย”

 

“งั้นหนูก็ไปหยิบมา หม่าม๊ากับน้องยืนรอตรงนี้นะคะ”

“หม่าม๊าอย่าเพิ่งไปนะ รอหนูก่อนนะ สัญญานะ”

“จ้า”

 

แล้วพรีมก็วิ่งทั่ก ๆ ไปหยิบ

 

สักพักใหญ่ พรีมก็เดินกลับมา

“เหนื่อยจัง หนูรีบแล้วนะนี่ แม่รอนานมั้ย”

“นิดหน่อยมั้ง ไปเถอะ อย่าลืมนะ หนูต้องถือเองตลอดทางเลยนะ แน่ใจนะ”

“อือ หนูน่ะ ถือเองได้แหละหม่าม๊า”

 

สุข เจื้อยแจ้ว

 

ลงลิฟท์มาด้านล่าง

มีกลุ่มพี่เลี้ยงเดินมาออกันที่เครื่องตอกบัตรพนักงาน

พรีมเห็น จำได้ พี่ๆ ก็ทักทายสองแก้มกลม

นตดี้ด๊า โบกมือทักทาย ปากก็ออกเสียง “บายยยยยยยย”

 

เดินจากมาหน่อย พรีมก็บอกหม่าม๊าว่า

“โห พี่เลี้ยงยืนอยู่ตรึม เป็นฝูงเลยนะแม่”

หม่าม๊าได้ยินก็อดที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้

เธอไปได้ศัพท์มาจากนิทานแน่ๆ

“น้องพรีมคะ คำว่า ฝูงน่ะ เค้าไว้ใช้กันกับกลุ่มสัตว์ที่มีเยอะๆ

สำหรับคนน่ะ เค้าใช้กันว่ากลุ่ม กลุ่มเล็ก กลุ่มใหญ่ค่ะ”

พรีมหดหัว แล้วก็ยิ้มอายๆ

“ฝูง 5555 ฝูง ตลกมั้ยแม่”

แล้วเราสามคนก็ผลัดกันยิ้ม ผลัดกันหัวเราะ

จากนั้น เราก็ออกเดินเท้ากัน มุ่งหน้าไปสถานีสุรศักดิ์

 

ระหว่างทางเดิน มีแต่คนมองพรีม แล้วก็ยิ้ม

คงเอ็นดู เด็กตัวอวบอ้วน สะพายเป้พูห์ใส่พี่ห่มที่ร๊ากไว้ด้านหลัง

แล้วก็สะพายที่นอนไว้ที่ไหล่ซ้าย

เดินเบียดแม่ปูตัวเกือบปลิว ดีนะ ที่หิ้วนตไว้ด้วย เลยมีน้ำหนักถ่วงได้ที่

 

“หม่าม๊า มันหนักเหมือนกันนะนี่”

“เห็นมั้ย บอกแล้ว แต่หนูก็ต้องทนให้ไหวนะคะ จะได้เอากลับไปซักกัน

แล้วก็จะได้นอนที่นอนหอมๆ ไงล่ะ”

“อือ หนูทนได้ หนูต้องอดทนแหละ เพราะมันเป็นที่นอนของหนู

หนูต้องดูแลตัวเอง ต้องดูแลของๆ ตัวเอง”

“แหม หม่าม๊าได้ยินแล้วก็ดีใจจัง ที่พรีมเป็นเด็กอดทน ดูแลของๆ ตัวเอง”

พรีมยิ้ม ภาคภูมิใจ

 

(นตเหรอคะ ก็มีอาการเป็นเด็กบ้านนอกเข้ากรุง ชี้โบ๊ยชี้เบ๊ ร้องอู้ๆ ตลอดทาง)

 

............ผลวันนั้น พรีมเป็นเด็กดี สมคำตัวเอง รักษาคำพูดได้ดีมาก......

 

/ / /

 

แด่ทุกทุกวันที่เรารักกัน

แด่ทุกทุกวันที่เรามีกันและกัน

 

 

 

(เก็บมาฝาก)

 

ริบบิ้นสีฟ้า มีความรู้สึกดีๆมาให้

 

 

'เราก็เป็นคนนึงที่เชื่อว่าคนเราทุกคนบนโลกนี้   ล้วนเกิดมามีคุณค่าในตัวของตัวเองทั้งนั้น

 

จงเชื่อมั่นและศรัทธาในศักยภาพของตัวเอง'

 

สุข เจื้อยแจ้ว

 

............................................

 

ครูคนหนึ่งที่นิวยอร์คตกลงใจจะแสดงความชื่นชมนักเรียนไฮสคูลชั้นปีสุดท้ายที่เธอสอน

ด้วยการบอกเขาเหล่านั้นว่าแต่ละคนมีคุณค่าพิเศษต่างจากคนอื่นอย่างไรบ้าง

 

เธอเรียกนักเรียนทุกคนไปหน้าชั้นทีละคน

แรกสุดเธอบอกแต่ละคนว่าพวกเขามีคุณค่าเพียงใดทั้งต่อตัวครูและต่อเพื่อนร่วมห้อง

จากนั้นเธอก็มอบริบบิ้นสีฟ้าพิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีทองเป็นของขวัญให้

 

ข้อความบนริบบิ้นมีว่า 'ฉันเป็นคนมีคุณค่า'

 

จากนั้นครูให้นักเรียนทำงานกลุ่มของชั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อดูว่าการแสดงความชื่นชมยกย่องผู้อื่นส่งผลอย่างไรต่อคนในชุมชน

เธอมอบริบบิ้นแก่นักเรียนคนละสามเส้น ให้นักเรียนเผยแพร่การรับรู้และชื่นชมคุณค่าผู้อื่น

ในวงกว้างออกไป

จากนั้นนักเรียนจะต้องติดตามผลและดูว่าใครยกย่องใครบ้าง

แล้วนำกลับมารายงานในห้องภายในหนึ่งสัปดาห์

 

นักเรียนชายคนหนึ่งเข้าพบผู้บริหารระดับรองที่ทำงานในบริษัทใกล้ๆ

เพื่อยกย่องที่ชายผู้นี้เคยช่วยเขาวางแผนอาชีพในอนาคต

แล้วมอบริบบิ้นติดให้บนเสื้อเชิ้ต

จากนั้นก็มอบริบบิ้นอีกสองเส้นที่เหลือพร้อมกับกล่าวว่า...

'เรากำลังทำงานกลุ่มของชั้นเรียนเกี่ยวกับเรื่องการแสดงความยกย่องชื่นชมผู้อื่นครับ

ผมอยากขอให้คุณช่วยหาใครสักคนที่คุณต้องการยกย่อง แล้วให้ริบบิ้นเขา

ส่วนอีกเส้นก็ให้เขา ไว้สำหรับมอบให้คนต่อไป

เพื่อเผยแพร่การยกย่องชื่นชมนี้ให้กระจายต่อไป

แล้วช่วยกลับมาบอกผมด้วยครับว่าผลเป็นยังไงบ้าง'

 

ต่อมาในวันเดียวกัน ผู้บริหารท่านนี้เเข้าพบเจ้านายเขา

ซึ่งเป็นคนที่ใครๆ รู้กันดีว่าเกรี้ยวกราด อารมณ์ร้าย

เขานั่งลงคุยกับเจ้านาย บอกเจ้านายว่า ลึกๆเขายกย่องชื่นชมเจ้านายว่า

เป็นผู้มีหัวคิดสร้างสรรค์ระดับอัจฉริยะ ดูเหมือนเจ้านายเขาจะประหลาดใจอย่างยิ่ง

 

เขาถามเจ้านายว่าจะยินดี รับริบบิ้นสีฟ้าเป็นของขวัญแสดงความชื่นชม

และอนุญาตให้เขาติดริบบิ้นให้ได้หรือไม่

 

เจ้านายผู้ประหลาดใจตอบว่าได้ เขาจึงติดริบบิ้นสีฟ้าเส้นนั้นบนปกเสื้อนอก

บริเวณเหนือหัวใจ เมื่อเขามอบริบบิ้นเส้นสุดท้ายแก่เจ้านาย

เขาบอกเจ้านายว่า ช่วยอะไรผมสักอย่างได้ไหมครับ

ผมอยากให้เจ้านายช่วยส่งต่อริบบิ้นเส้นสุดท้ายนี่ด้วยการยกย่องชื่นชมใครสักคน

พ่อหนุ่มที่ให้ริบบิ้นผมมาเป็นคนแรก กำลังทำงานกลุ่มของชั้นอยู่

เขาอยากให้ช่วยกระจายการยกย่องชื่นชมนี้ให้เผยแพร่ในวงกว้างออกไป

แล้วดูว่าการทำแบบนี้ส่งผลต่อใครๆ ยังไงบ้าง

 

สุข เจื้อยแจ้ว

 

ค่ำวันนั้น ชายผู้เป็นเจ้านายกลับบ้านไปหาลูกชายวัยรุ่นอายุสิบสี่

เขาเรียกลูกชายให้นั่งลง แล้วกล่าวว่า วันนี้เกิดเรื่องเหลือเชื่อที่สุดกับพ่อ

ตอนอยู่ห้องทำงานลูกน้องคนหนึ่งเข้ามาบอกว่าเขาชื่นชมพ่อ

แล้วให้ริบบิ้นเส้นหนึ่งเป็นการยกย่องว่าพ่อเป็นอัจริยะเรื่องความมีหัวคิดสร้างสรรค์

ลองนึกดูเขาคิดว่าพ่อมีหัวคิดสร้างสรรค์เข้าขั้นอัจฉริยะเชียวนะ

 

แล้วเขาก็เอาริบบิ้นเส้นนี้ที่เขียนว่าฉันเป็นคนมีคุณค่า

ติดให้บนปกเสื้อนอกตรงหัวใจนี่แล้วยังให้ริบบิ้นพ่อมาอีกเส้น

ให้พ่อมองหาใครสักคนที่จะยกย่องชื่นชมต่อ

ระหว่างที่พ่อขับรถกลับบ้าน ก็คิดว่าริบบิ้นเส้นนี้จะให้ใครดี

แล้วพ่อก็นึกถึงแก พ่ออยากชื่นชมแกนะ

วันๆ พ่อทำงานยุ่งเหยิงมาก พอกลับมาบ้านก็ไม่ค่อยได้ใส่ใจแกสักเท่าไร

บางทียังอาละวาดอีก เรื่องแกเรียนได้เกรดไม่ดี เรื่องทำห้องนอนรก

แต่ยังไงไม่รู้สิ วันนี้พ่อกลับอยากนั่งลงตรงนี้กับแก

อยากบอกว่าแกมีค่ากับพ่อมากแค่ไหน

นอกจากแม่แกแล้ว ก็มีแกนี่แหละที่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตพ่อ

แกเป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมเลยแหละ  แล้วพ่อก็รักแกนะ...

 

เด็กหนุ่มผู้ตื่นตะลึงเริ่มสะอื้น แล้วก็สะอื้น เขาไม่อาจหยุดร้องไห้

ร่างสั่นเทาไปทั้งตัวเขาเงยหน้ามองผู้เป็นพ่อแล้วกล่าวทั้งน้ำตา

'พ่อครับ เมื่อตอนเย็นผมอยู่บนห้องนั่งเขียนจดหมายถึงพ่อกับแม่

เพื่ออธิบายว่าทำไมผมถึงฆ่าตัวตายแล้วก็ขอให้พ่อยกโทษให้ผม

ผมตั้งใจจะฆ่าตัวตายคืนนี้ตอนพ่อหลับ ผมคิดว่าพ่อไม่เคยแคร์ผมเลย

จดหมายอยู่บนห้องครับ แต่ผมคิดว่าผมคงไม่ต้องการมันแล้วล่ะ'

พ่อของเด็กหนุ่มเดินขึ้นไปบนห้องพบจดหมายข้อความสะเทือนใจ

บรรยายถึงความเจ็บปวดและทุกข์ทรมาน จดหมายฉบับนั้นจ่าหน้าถึงพ่อกับแม่

 

ชายผู้เป็นเจ้านายกลับไปที่ทำงานอย่างเปลี่ยนไปเป็นคนละคน

เขาเลิกเป็นคนขี้โมโหแต่จะพยายามทำทุกวิถีทาง

เพื่อให้พนักงานใต้บังคับบัญชารู้ว่าพวกเขามีค่าอย่างไรบ้าง

 

ส่วนชายผู้เป็นนักบริหารระดับรองก็ช่วยให้คำแนะนำเด็กหนุ่มอื่นๆ ต่อมาอีกหลายคน

เรื่องการวางแผนอาชีพในอนาคต แล้วก็ไม่เคยลืมบอกเด็กเหล่านั้นว่า

แต่ละคนมีคุณค่าต่อชีวิตเขาอย่างไรบ้าง

 

หนึ่งในนั้นก็คือเด็กหนุ่มลูกชายเจ้านายเขา

ส่วนเด็กหนุ่มกับเพื่อนร่วมชั้นก็ได้เรียนรู้บทเรียนที่มีค่าเรื่องหนึ่ง

นั่นคือ เราต่างเป็นคนที่มีคุณค่าด้วยกันทั้งนั้น

 

สุข เจื้อยแจ้ว 

 

ถ้าคุณมีใครสักคนที่มีความหมายกับคุณมาก ฉันขอสนับสนุนให้คุณส่งข้อความนี้

ไปให้เขาหรือเธอผู้นั้นเพื่อให้เขาได้รับรู้ความรู้สึกของคุณ

 

คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าการให้กำลังใจเล็กๆน้อยๆ มีคุณค่าแค่ไหนกับคนสักคน

ส่งเรื่องนี้ไปยังคนทุกคนที่คุณเห็นว่ามีความหมายต่อคุณ มีความสำคัญต่อคุณ

 

หรืออาจส่งไปให้คนหนึ่ง..สอง..หรือสามคนที่มีความหมายต่อคุณมากที่สุด

หรือคุณอาจจะแค่ยิ้มที่ได้รู้ว่ามีใครบางคนคิดว่าคุณเป็นคนสำคัญ

ไม่งั้นคุณก็คงไม่ได้รับข้อความนี้แต่แรก

 

........จำไว้นะ  ฉันให้ริบบิ้นสีฟ้าแก่คุณแล้ว

 

 

(เคล็ดลับชีวิต)

 

ความลำบาก ไม่เคยสอนให้ใครอ่อนแอ

หากแต่สอนให้เป็นคนอดทน

ทนอดได้

ความแข็งแกร่ง ต้องเริ่มที่ภายในตัวเองเท่านั้น

จึงจะเผื่อแผ่ไปสู่ภายนอกตนได้

....................................................

Posted on Wed 27 Aug 2008 17:23

Comment
น้องนตแก้มแดงจัง น่าฟัดมาก ๆ
น้าอ้อย   
Thu 4 Sep 2008 15:34 [13]

รูปนตวันนี้น่ารักจังอ่ะ น่ากอดจริงๆ
พรีมเก่งแล้วนะ สามารถรับผิดชอบของตัวเองได้แล้ว อ่ะ

ส้ม   
Mon 1 Sep 2008 18:03 [12]

น้องนตน่ารักจังค่ะ
proudy.diaryclub.com   
Fri 29 Aug 2008 14:03 [11]

น้องพรีมเก่งจังเลยค่ะ น่ารักมากๆ
OngYing   
Fri 29 Aug 2008 10:37 [10]

คุณปูคะ น้องพรีมนี่ช่างพูด ช่างเจรจาจริงๆ ค่ะ แอบหัวเราะกับฝูงพี่เล้ยงค่ะ อิอิ
nongvenus.diaryclub.com   
Fri 29 Aug 2008 8:41 [9]

555 พี่ปู ชอบนตที่ทำปากยื่น ไปหายาดมอ่ะ ท่านี้เลียบแบบแม่ ตอนทาลิปสติกป่ะ ..
เจ่เจ๊ ก้ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยน๊า
prammy.diaryclub.com   
Thu 28 Aug 2008 23:54 [8]

โห..พี่ปูนานๆโผล่มาที เม้นท์ซะยาวยืด
ขอบคุณสำหรับเม้นต์ยาวๆค่ะ ชอบอ่านๆ

ธันก็ไม่หนักมากนะพี่ปู หลังๆกว่าจะขึ้นตะละขีด ลุ้นเหนื่อย ตอนนี้หนักประมาณ 9.2 กก.เอ๊ง.. ยังห่างชั้นกะเฮียนตนัก

เรื่องกัดนมนี่ไม่รู้จะทำไงเหมือนกัน จริงๆธันก็ไม่ได้ตั้งใจกัดหรอก มักจะเป็นตอนจะหลับมิหลับแหล่น่ะแหละ ฟันมันจะขบๆอยู่ เจ็บจี๊ดๆ ที่สำคัญบางทีมีเลือดออกด้วย บางทีเลือดเลอะฟันลูกเลยอ่ะ..

เรื่องกังวลพฤติกรรมลูก.. ก็เพราะอยู่รร.แล้วดูไม่ร่าเริงเหมือนอยู่บ้านเลย กลัวลูกไม่มีความสุขอ่ะ พี่ปู...

นตจ้ำม่ำตามวัย เดี๋ยวยิ่งโตตัวก็ยิ่งยืด เด็กผู้ชายใช้พลังเยอะก่าเด็กผู้หญิง ไม่ค่อยอ้วนหรอก..

อ่านเรื่องเวลาเจ่เจ๊ต้องคอยควบคุมอาหารของตัวเองแล้วสงสารจัง.. ขอแบ่งความ enjoy eating มาให้เจ้าแทนบ้างจิ อิอิ
Tan-Thun   
Thu 28 Aug 2008 15:55 [7]

ชอบรูปนตทำปากยื่นดมยาดมอ่ะ พี่ปู ตั้งอกตั้งใจมาก :)

เจ่เจ๊เก่งมากเลย รักษาคำพูดของตัวเองเป็นอย่างดี เป็นเด็กที่บ้านเหรอ คงตอบว่าอืม ไม่เป็นไร นอนเหม็นๆก็ได้ กร๊ากกกกก
tannoi.diaryclub.com   
Thu 28 Aug 2008 11:31 [6]

ปูเอ๋ย.. พรีมเก่งมาก.. เอ.. หรือวัยนี้จะเหมือนกันหมด หรือว่าคุณครูสอนแบบเดียวกัน..สมาร์ทก็เริ่มพูดติดปาก.. ของของใคร คนนั้นต้องเก็บเอง บางวันอารมณ์ดี ก็จะล้างจานเอง.. ถือกระเป๋าเอง..

แต่พรีมไม่งอแง น่ารักกว่าลูกเจ๊เยอะ.. หุหุ

ปู ช่วย mail เรื่องริบบิ้นสีฟ้าให้หน่อยดิ.. โดนใจ อยากส่งให้เพื่อนอ่ะ..
พี่ไก่ แม่สมาร์ท   
Thu 28 Aug 2008 9:22 [5]

รูปน้องนตดมยาดม น่ารักมากๆๆๆๆ เลยอ่ะ
mylittlegirl.diaryclub.com   
Thu 28 Aug 2008 8:42 [4]

ว่าจะถามว่านตพูดได้มั่งยัง อยากรู้ 555
นอกจากหุ่นจะเหมือนกัน
สงสัยจะติดเชื้อเจื้อยแจ้วมาเหมือนกันเป่า อิอิ
jjbrothers.diaryclub.com   
Wed 27 Aug 2008 23:53 [3]

สวัสดีคะแวะเข้ามาทักทายคะ
nanonolnol.diaryclub.com   
Wed 27 Aug 2008 23:34 [2]

* 7 1 6 6 0 *

พรุ่งนี้มาอัพเรื่องนตด้วยดีกว่า นตก็มีนะคะ วีรกรรมน่ะ ถึงจะพูดยังไม่ได้เป็นประโยคก็เหอะ

preme.diaryclub.com

preme.diaryclub.com

ป = ปูมนพรีม   
Wed 27 Aug 2008 17:30 [1]


Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง