สุข .. สราญ
สงวนลิขสิทธิ์ ตามพรบลิขสิทธิ์ 2539 ห้ามผู้ใดละเมิดไม่ว่าการลอกเลียน หรือการนำส่วนหนึ่งส่วนใดของภาพ และ ข้อความ ในไดอารี่แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้สูงสุด

รอนานมั้ยคะ
อยากบันทึกให้ได้ทุกวัน แต่ก็ทำได้แค่ตรงนี้ ที่ตรงหัวใจ
เก็บไว้ ให้ยิ้มคนเดียว หึ หึ เดี๋ยวใครเห็นเค้าจะว่าบ้า
เอ๋า... ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

มีเรื่องอะไรให้ยิ้มนัก
นี่ไง กำลังจะเล่าให้ฟัง

ก็เสียงเจื้อยแจ้ว ของ เจ่เจ๊เช่นเคย
...................................
ไม่รู้จะพูดบอกกับพรีมอย่างไร
บางที รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนเจ้าระเบียบเกินไปรึเปล่า
พูดบอกพรีมมากเกินไปรึเปล่า

ตอนนี้ก็เปลี่ยนจากวิธีพูดบอก เป็นวิธีถามแทนแล้ว
ได้ผลมากกว่าเดิมเสียอีก
แต่ผลที่ได้ บางที ทำให้ขำล่ะ นี่ไง ที่ได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กัน

เรื่องความสะอาดกับจุดซ่อนเร้น
ยัยพรีมนี่นะ ด้วยวัยของเค้า เค้าจะห่วงเล่นเป็นทีสุด
บางครั้ง ก็รีบ รน ละเลยวินัยส่วนตัวที่ต้องมี
เรื่องเข้าห้องน้ำนี่ล่ะหนึ่ง
ไม่รู้เกี่ยวเนื่องมาจากสรีระร่างกายของเธอหรือเปล่า คงมีส่วนบ้างไม่มากก็น้อย
หากมีโอกาสคราใด ต้องคอยสังเกตวินัยประจำตัวพรีม
แน่นอน... ไม่ค่อยมี หึ หึ
เรื่องความสะอาด ดูแลสุขภาพ ก็ต้องบอกกันไป เป็นปรกติของเด็กวัยนี้
อีกหน่อยเค้าคงซึมซาบไปเองเรื่องความสำคัญของความสะอาด
นอกจากต้องคอยเป็นตัวอย่างให้ดู เป็นครูให้เห็นกัน

มีอยู่วันหนึ่ง พรีมปวดหนัก เรียกให้พาเข้าห้องน้ำด้วย
ทำไมต้องให้แม่เข้าไปด้วยล่ะคะ
ก็หนูไม่อยากอยู่คนเดียว
ทำไมล่ะ อยู่ได้นี่นา ทีเข้าห้องน้ำที่โรงเรียนยังเข้าเองได้เลย
หนูอยากให้แม่อยู่ด้วย
แล้วถ้าแม่อึ๊ พรีมอยู่ด้วย พรีมเหม็นมั้ยล่ะ
เหม็นสิ
แม่ก็เหม็น แต่แม่ก็ไม่เห็นทำท่าอยากอ๊วกเหมือนหนูทำเวลาเข้าห้องน้ำำกับแม่
ก็หนูทนไม่ได้นี่
แล้วแม่ล่ะ แม่ก็จะทนไม่ได้เหมือนกันนะ
เสร็จแล้วแม่
จริงนะ มา ล้างก้นให้
พรีมก้มลง เกาะขาแม่ มุดๆ
เฮ้อ แม่ต้องล้างก้นให้พรีมแบบนี้ นี่ถ้าอีกหน่อยนะ
แม่แก่แล้ว ล้างก้นเองไม่ได้ พรีมจะเต็มใจทำให้แม่แบบที่แม่ทำให้หนูรึเปล่าน้อ
ซับน้ำให้พรีมเสร็จ พรีมก็ดีดตัวลงมาช่วยตัวเองแต่งตัวให้เรียบร้อย
หนูก็ต้องทำให้แม่แน่อยู่แล้ว
จริงอ่ะ
อือ... แต่ว่า ตอนนี้น่ะ แม่แก่รึยังล่ะ
เอ่อ........!@@$#@*(_-)
แม่อึ้งค่ะ พรีมมองหน้า แล้วก็หัวเราะ หนูล้อเล่น ฮึ่มมมมม

/ / /
เย็นวันหนึ่งนั่งรถกลับบ้านกัน
ผ่านทางสี่แยกไฟแดงตรงหน้าฟอร์จูน
พรีมเห็นเด็กเดินขายพวงมาลัย พรีมก็จ้องอยู่นานสองนาน
พอรถเลื่อน พรีมก็หันมาถาม
หม่าม๊า เด็กพวกนั้น ที่ขายพวงมาลัยน่ะ เค้าไม่ได้เรียนหนังสือเหรอ
อือ เค้าอาจจะได้เรียนนะคะ แต่อาจจะได้เรียนไม่ตลอดจนโต
หรือบางที เค้าอาจจะได้เรียน แต่เค้าไม่อยากเรียน เพราะบ้านเค้าไม่มีเงิน
เลยต้องมาช่วยที่บ้านขายพวงมาลัยก็ได้
ทำไมเค้าไม่มีเงินล่ะ
ก็อาจเป็นว่า พ่อแม่เค้าก็ไม่ได้เรียนหนังสือสูงๆ
เลยไม่ได้ทำงานดีๆ มีเงินใช้ให้ครอบครัวมีกิน ไม่ลำบากไง
เค้าน่าสงสารเนอะ
ใช่ หม่าม๊า กับ ปะป๊า ตอนเด็กๆ ตั้งใจเรียนหนังสือ
แล้วก็ตั้งใจทำงาน หาเงินมาเลี้ยงครอบครัว ไม่ให้ลำบาก
อยากกินอะไรก็ได้กิน อยากทำอะไรก็ได้ทำ
หนูก็ต้องตั้งใจเรียนนะคะ
ถ้าหนูไม่ตั้งใจเรียน โตขึ้น หนูก็ไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน
ใช่ค่ะ หนูอยากเรียนแค่ไหนล่ะ
อยากเรียนสูงๆ เลย อยากมีเงินเยอะๆ
จะได้ซื้อของกินเยอะๆ ใช่ป่ะ
จะได้มีเงินให้พ่อ ให้แม่ด้วย
โห น่ารักจริงๆ อย่าลืมดูแลน้องด้วยล่ะ
ถ้าหนูมีเงิน หนูจะซื้อของให้น้อง ให้แม่ด้วยนะ
จริงนะ ขอบคุณนะคะ ที่คิดถึงแม่กับน้อง
ก็หนูรักแม่ รักน้องนี่นา
แล้วเราก็กอดกันบนเบาะหลังในรถนัวเนีย
^^*

อาทิตย์ที่ผ่านมา
สังเกตฟันล่างคู่หน้าของพรีมมีอาการแปลกๆ
ขอดู เห็นว่า ฟันโยกค่ะ โยกเยอะด้วย
ถามพรีมว่าไปโดนอะไรมา
พรีมบอกว่าเพื่อนชนหลายวันแล้ว เจ็บมาก
อ้าววว แล้วไม่บอกกันเลย
ตอนนี้ ซี่คู่กันก็เริ่มมีอาการโยก
อาจเป็นเพราะว่าพรีมเอาลิ้นไปดุนเล่น ไม่ก็ขบโยกเล่นแก้คัน
ไม่ได้การ ต้องพาไปพบแพทย์ดีกว่า
โทรไปนัดหมอฟันสำหรับเด็ก ได้คิวทันที
ตกเย็นรีบออกไปรับพรีม ไปหาหมอฟันกัน
บอกพรีมไปว่า ให้หมอดูให้ว่าฟันสวยมั้ย แ้ล้วอาจจะมีแปรงฟันนิดหน่อย
พรีมทำหน้าเสีย ไม่อยากทำอะไร
เอาเหอะ ครั้งแรกที่พรีมพบทันตแพทย์ หม่าม๊าคงไม่ให้พรีมมีประสบการณ์ที่ไม่ดีแน่ๆ
พบหมอ หมอขอเอ็กซ์เรย์ฟัน
พรีมขอจูงมือแม่ เดินตามผู้ช่วยไปอาดๆ
เข้าห้องเอ๊กซ์เรย์ พรีมก็ทำตามอย่างว่าง่าย ไม่กลัวอะไร เก่งจัง
แถมยังถามพี่ผู้ช่วยถึงอุปกรณ์ต่างๆ ด้วย
พรีมสังเกตว่า ฟิลม์ที่ตัวเองกัด มีแถบสีเขียว
ต่างกับแบบในโปสเตอร์ ที่มีสีแดง เหลือง น้ำเงิน
พี่ผู้ช่วยเลยอธิบายให้พรีมฟัง แม่เลยได้ความรู้ไปด้วย
ออกจากห้องเอ๊กซ์เรย์ ก็ไปห้องคุณหมอ
พรีมขึ้นนั่งเก้าอี้อย่างว่าง่ายอีกแล้ว ... เก่งจัง
อ้าปากไม่ค่อยกว้าง (คงเป็นเหมือนแม่ ปากแคบ ก๊ากกกกก)
หมอตรวจดูฟัน บอกว่า ครบ 20 ซี่ ร่องฟันแน่นเป็นปรกติดี
ร่องฟันลึกเหมือนกัน บอกแม่ให้ช่วยดูแลฟันให้พรีม
ต้องแปรงให้ ใช้เดนตันฟรอสด้วย ก่อนบีบยาสีฟันให้เด็กแปรงเอง
หม่าม๊าบอกพรีมอีกที เรื่องการแปรงฟันตามที่คุณหมอแนะนำ
จากนั้น ก็มาดูฟิลม์ฟัน
ผลปรากฏว่า มีเหตุอยู่ 2 ปัจจัย ของฟันโยก
1 อาจเป็นเพราะโดนเพื่อนชนมา
ประกอบกับ
2 รากฟันน้ำนมเริ่มละลายมากแล้ว แถมฟันแท้ก็ทยอยขึ้นมาให้เห็นแล้วด้วย
หม่าม๊าดูฟิลม์ตาม เหมือนต้นหญ้าเลย สวยดี อยากขอหมอเก็บไว้เป็นที่ระลึก 55555
แต่หมอต้องเก็บไว้เป็นเอกสารประกอบประวัติคนไข้ .. อดเลย
หมอบอกว่า ฟันโยกเยอะแล้ว ถ้าให้หมอเอาออกเลยก็ได้
อาจต้องมีการฉีดยาชานิดหน่อย เพราะกลัวน้องปวด
ถ้าไม่งั้น ให้แม่ค่อยๆ โยกฟันลูกเล่น วันละนิด วันละหน่อย
หรือบางที มันอาจหลุดเองตอนลูกกินอาหาร ต้องให้ระวัง กลัวหลุดลงคอ
หม่าม๊าบอกพรีม ถามความสมัครใจ พรีมส่ายหน้าลูกเดียว ขมวดคิ้วด้วย
อ้่าว ลูกเครียดค่ะ งั้นเก็บไว้ก่อนค่ะหมอ
หมอถามว่า จะเคลือบฟูลออไรด์มั้ย
หมอเอาอุปกรณ์มาขัดเล็บพรีม ทำให้ดูที่ฟันจริงอีก 1 ซี่
แล้วพี่ผู้ช่วยก็เอาที่ดูดน้ำลายมาดูดมือพรีมให้พรีมดู
พรีมส่ายหน้าเหมือนเดิม ยังทำใจไม่ได้ ไม่ได้เตรียมใจมา
เอ๊า ไม่เป็นไร เสียงเครื่องบินของที่แปรงฟันไม่ถูกใจพรีมในวันนี้
รอวันหลังก็ได้จ้า
เสร็จแล้ว พรีมได้ลูกโป่งดัดเป็นดอกไม้มา 1 ดอกเป็นรางวัลเด็กดี
พรีมติดใจ มาบอกวันหลังๆ ว่า
หนูอยากได้ดอกไม้อีก ทีนี้จะขอสองดอกเลย ให้น้องนตด้วย
คุณแม่พาหนูไปแปรงฟันเคลือบฟูลออไรด์ได้เลย
55555555 อยากได้ของนี่เอง ก็ยังดี ไว้แม่พาไปนะ

ปล. ฟันน้องฟ้า ก็โยกพร้อมพรีม โดนเพื่อนคนเดียวกันชน
แต่ ณ วันนี้ ฟันน้องฟ้าหลุดไปแล้ว ไปกับชิ้นแอปเปิ้ล
ส่วนฟันพรีม ยังโยกเล่นกันอยู่ค่ะ คิก คิก
/ / /
แด่ทุกทุกวันที่เรารักกัน
แด่ทุกทุกวันที่เรามีกันและกัน
(เก็บมาฝาก)
ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว
ด้วยความโง่ของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง
มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลานาน ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา
ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้ว
อีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา
ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้าน เพื่อมาช่วยกลบบ่อ
ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ
ครั้งแรกเมื่อดินถูกหลังลา มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนเองทันที มันร้องโหยหวน
สักพักหนึ่ง ทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป
หลังจากชาวนาตักดินใส่บ่อได้สักสองสามพลั่ว
เมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจ
ที่ลามันจะสะบัดดินออกจากหลังทุกครั้งที่มีผู้สาดดินลงไป แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น
ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร มันก็ก้าวขึ้นมาเร็วได้มากยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจ
เพราะในที่สุด เจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามาหาเรา
ก็เปรียบเหมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา
จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้
จงแก้ไขมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ
เปรียบเหมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้ ฉันใดฉันนั้น
อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป
ชีวิตคนเราก็เช่นกัน
เราก็ต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา
คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข
ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
แต่เมื่อเรามีทุกข์ มีปัญหาหรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน
ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน
เมื่อมีความทุกข์ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด
ตั้งสติใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน
ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก
ให้กำหนดรู้ลมหายใจออกยาวๆ ลมหายใจเข้าลึกๆ
ให้มีสติ มีความรู้สึกตัวกับลมหายใจเข้า ลมหายใจออกติดต่อกัน ต่อเนื่องกัน
มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ
ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ
เหลือแต่จิตที่มีแต่ความรู้สึกตัว เบิกบานใจ
โอปนยิโก น้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส
เมื่อจิตสงบสบายแล้ว จึงค่อยๆ คิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา
เมื่อจิตใจดีสบายใจทุกอย่างแล้ว
ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆ ดีขึ้น
ให้มีความหวัง กำลังใจที่จะต่อสู้
... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น ...
... ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น
นี่เป็นความจริง ...
... ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา
สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือรักษาใจของเราให้ดี
ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา ...
วิกฤติคือโอกาสทอง โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก |